ถ้าคุณคิดว่าเกมกระดาน Jumanji เวอร์ชั่นโรบิน วิลเลียมส์คือที่สุดของหนังผจญภัยในป่าแล้วล่ะก็ ‘Jumanji: Welcome to the Jungle’ หรือชื่อไทย ‘เกมดูดโลก บุกป่ามหัศจรรย์’ จะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ทั้งหมด หนังเปลี่ยนจากเกมกระดานมาเป็นวิดีโอเกมคอนโซลยุค 90s ที่ดูดคนเล่นเข้าไปในโลกเสมือนจริง พร้อมกับมอบบทบาทที่ตรงข้ามกับตัวตนจริง ๆ ของพวกเขาให้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันที่ได้ทั้งเสียงหัวเราะและความสนุกสนานแบบไม่รู้จบ
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง เมื่อเด็กไฮสคูลสี่คนที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยต้องมารับโทษเก็บของในห้องใต้ดิน ที่นั่นพวกเขาพบวิดีโอเกมเก่า ๆ ชื่อ ‘Jumanji’ เมื่อเปิดเครื่องและเลือกตัวละคร ทุกคนก็ถูกดูดเข้าไปในป่ามหัศจรรย์ของเกมกลายเป็นอวาตาร์ที่พวกเขาเลือกไว้ สปาร์ก (Alex Wolff) เด็กเนิร์ดกลายเป็น ดร.สมอลเดอร์ เบรฟสโตน (Dwayne Johnson) นักโบราณคดีกล้ามโต เบธานี (Madison Iseman) สาวป๊อปปูลาร์กลายเป็นศาสตราจารย์เชลลี โอเบอรอน (Jack Black) นักทำแผนที่รูปร่างท้วม ฟริดจ์ (Ser'Darius Blain) นักกีฬากลายเป็นแฟรงคลิน ‘เมาส์’ ฟินบาร์ (Kevin Hart) สัตวแพทย์ตัวเล็กขี้กลัว และมาร์ธา (Morgan Turner) เด็กขี้อายกลายเป็นรูบี้ ราวด์เฮาส์ (Karen Gillan) นักสู้สาวสุดแกร่ง พวกเขาต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชีวิตรอดจากกับดัก สัตว์ร้าย และศัตรูตัวฉกาจ แวน เพลต์ (Bobby Cannavale) เพื่อกลับบ้านให้ได้
งานการแสดงและตัวละคร
สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นคือการแสดงที่ถ่ายทอดบุคลิกของวัยรุ่นที่ติดอยู่ในร่างผู้ใหญ่ที่ต่างกันสุดขั้ว ดเวย์น จอห์นสัน เล่นเป็นเด็กเนิร์ดในร่างกล้ามโตได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งท่าทางขี้กังวลและความไม่มั่นใจที่แทรกอยู่ในลีลาสุดเท่ แจ็ก แบล็ค รับบทเป็นสาวไฮสคูลในร่างชายอ้วนได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะท่าทางและน้ำเสียงที่บ่งบอกความเป็นเบธานีอย่างชัดเจน เควิน ฮาร์ท สร้างเสียงหัวเราะจากมุกระหว่างทาง ขณะที่คาเรน กิลแลนรับบทเป็นสาวแกร่งที่ค่อย ๆ ค้นพบความมั่นใจในตัวเอง เคมีของทั้งสี่คนลงตัวจนทำให้เราลืมไปเลยว่าพวกเขาเป็นแค่ตัวละครในเกม
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับเจค แคสแดนพาหนังไปในทิศทางที่สนุกสนานและดำเนินเรื่องรวดเร็ว ภาพของป่ามหัศจรรย์สวยงามและสมจริงด้วย CGI ที่เนียนตา ฉากแอ็กชันถูกออกแบบให้ตื่นเต้นเร้าใจแต่ก็แทรกอารมณ์ขันได้อย่างลงตัว ดนตรีประกอบโดยเฮนรี แจ๊คแมนช่วยเพิ่มอารมณ์ให้กับทุกช่วงเวลาทั้งเครียดและฮา หนังใช้ประโยชน์จากคอนเซปต์เกมได้อย่างชาญฉลาด เช่น การแสดงพลังพิเศษของตัวละคร ไอเทม และเลเวลต่าง ๆ ซึ่งทำให้คนดูที่เคยเล่นเกมรู้สึกอินไปกับโลกของ Jumanji
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
‘Jumanji: Welcome to the Jungle’ ไม่ได้เป็นแค่หนังรีบูตที่ไร้สาระ แต่กลับเป็นหนังที่เข้าใจหัวใจของวิดีโอเกมและวัยรุ่นยุคใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง หนังพูดถึงการยอมรับตัวเองและการทำงานเป็นทีมผ่านตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับจุดอ่อนของตัวเองในร่างที่แข็งแกร่งขึ้น การเปลี่ยนร่างเป็นอุปมาอุปไมยที่ชัดเจนว่าทุกคนมีศักยภาพซ่อนอยู่ เพียงแต่ต้องกล้าที่จะค้นหา นอกจากนี้ หนังยังเสียดสีวัฒนธรรมเกมและภาพลักษณ์ของตัวละครในเกมได้อย่างแยบคาย ทำให้ผู้ชมทั้งขำและได้ข้อคิดไปพร้อมกัน หากคุณกำลังมองหาหนังสนุก ๆ ดูเพลิน ๆ พร้อมมุมมองที่เฉียบคม อย่าลืมแวะไปดูซีรี่ย์แนวตั้งจีนฟรี rongyok ซีรี่ย์เต็มเรื่อง ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไม่แพ้กัน
สรุป
‘Jumanji: Welcome to the Jungle’ เป็นหนังรีบูตที่ทำได้ดีเกินคาด ทั้งสนุก ฮา และมีข้อคิดดี ๆ หากคุณกำลังมองหาหนังครอบครัวที่ดูได้ทุกวัย หรืออยากหลีกหนีความจำเจของชีวิต ลองกด Play ดูได้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวัง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เคมีของนักแสดงนำเข้ากันดีเยี่ยม สร้างความฮาและความอบอุ่น
- +เนื้อเรื่องสนุก ดำเนินเรื่องรวดเร็ว ไม่น่าเบื่อ
- +งานภาพสวยงาม ฉากแอ็กชันน่าตื่นเต้น
👎 จุดด้อย
- −มุกตลกบางช่วงอาจดูซ้ำหรือคาดเดาได้
- −ตัวร้ายไม่มีมิติมากพอ อาจรู้สึกบางเบา
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภาคนี้เปลี่ยนจากเกมกระดานเป็นวิดีโอเกมคอนโซล และตัวละครถูกดูดเข้าไปในโลกของเกมกลายเป็นอวาตาร์ที่ตรงข้ามกับตัวเอง
ไม่จำเป็น เพราะเนื้อเรื่องเป็นรีบูตใหม่ แม้จะมี Easter Egg ให้แฟนเก่าชมแต่ก็เข้าใจง่ายสำหรับผู้ชมใหม่
เหมาะสำหรับวัยรุ่นและครอบครัว มีความรุนแรงน้อยและสอดแทรกข้อคิดดี ๆ แต่บางมุกอาจไม่เหมาะกับเด็กเล็ก
มีภาคต่อคือ Jumanji: The Next Level (2019) และกำลังจะมีภาคต่อเพิ่มเติม