ในยุคที่การพูดถึงเรื่องเพศยังเป็นเรื่องต้องห้าม Masters of Sex กล้าที่จะเปิดประตูห้องทดลองและพาเราลัดเลาะไปตามเส้นทางการวิจัยที่พลิกโฉมวงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ คำถามที่ว่า 'มนุษย์มีเพศสัมพันธ์กันอย่างไร' ถูกเปลี่ยนจากมุขตลกในห้องทำงานมาเป็นข้อมูลทางสถิติที่จริงจัง ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเล่าชีวประวัติของนักวิจัยผู้ยิ่งใหญ่ แต่ยังสะท้อนสังคมที่กำลังเปลี่ยนผ่าน และความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่ซับซ้อนเกินกว่าสมการใดๆ
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1956 เมื่อ Dr. William Masters (Michael Sheen) สูตินรีแพทย์ผู้เคร่งขรึมที่โรงพยาบาลในเซนต์หลุยส์ ตัดสินใจเริ่มวิจัยเรื่องเพศสัมพันธ์ของมนุษย์อย่างจริงจัง เขาจ้าง Virginia Johnson (Lizzy Caplan) อดีตนักร้องไนท์คลับที่หย่าร้างและมีลูกสองคนมาเป็นผู้ช่วย ภารกิจของพวกเขาคือการบันทึกและวิเคราะห์ปฏิกิริยาทางร่างกายระหว่างกิจกรรมทางเพศ โดยใช้ทั้งอาสาสมัครและตัวพวกเขาเองเป็นหนูทดลอง ซีรีส์ดำเนินไปพร้อมกับอุปสรรคมากมาย ทั้งจากสังคมที่หวาดกลัวเรื่องเพศ การเมืองภายในมหาวิทยาลัย และชีวิตส่วนตัวของทั้งคู่ที่ซับซ้อน โดยเฉพาะภรรยาของวิลเลียมที่ชื่อ Libby (Caitlin FitzGerald) ที่ดิ้นรนกับการเป็นแม่และภรรยาที่สมบูรณ์แบบในยุคที่ผู้หญิงถูกคาดหวังให้เป็นเพียงแม่บ้าน
งานการแสดงและตัวละคร
Michael Sheen ถ่ายทอดบทบาทของ William Masters ได้อย่างน่าทึ่ง เขาเป็นชายที่เก็บกดอารมณ์ หมกมุ่นกับงานวิจัย และมีปมในใจจากวัยเด็กที่ถูกแม่ทอดทิ้ง Sheen ทำให้เราเห็นทั้งความบกพร่องทางอารมณ์และความดื้อรั้นของตัวละครได้อย่างสมจริง ส่วน Lizzy Caplan ในบท Virginia Johnson ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เธอแสดงถึงความเฉลียวฉลาด ความเป็นแม่ และเสน่ห์ที่ซับซ้อนของหญิงสาวที่ต้องต่อสู้เพื่อที่ยืนในโลกของผู้ชาย เคมีระหว่าง Sheen และ Caplan ไฟฟ้าสถิตจริงๆ การโต้ตอบของพวกเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดทางเพศและความเคารพซึ่งกันและกันที่ค่อยๆ พัฒนาไปตามเวลา นอกจากนี้ Annaleigh Ashford ในบท Betty ผู้หญิงที่มีชีวิตชีวาและตรงไปตรงมา ก็เป็นสีสันสำคัญที่ช่วยคลายเครียดของซีรีส์ได้ดี
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Masters of Sex สร้างสรรค์โดย Michelle Ashford ซึ่งเคยทำงานใน The Pacific และ The Pillars of the Earth ซีรีส์มีโทนภาพที่อบอุ่นแต่แฝงความหม่นหมอง เหมาะกับบรรยากาศยุค 1950-1960 งานออกแบบเครื่องแต่งกายและฉากทำได้อย่างพิถีพิถัน ทำให้เราดำดิ่งสู่โลกของตัวละครได้ง่าย เพลงประกอบโดย Michael Penn มีความละมุนและสื่ออารมณ์ได้ดี โดยเฉพาะในฉากที่ตัวละครต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้าย การกำกับในแต่ละตอนเน้นการเล่าเรื่องที่เน้นตัวละครเป็นหลัก ไม่เร่งรีบ แต่ก็ไม่น่าเบื่อ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ Masters of Sex โดดเด่นกว่าซีรีส์ดราม่าทั่วไปคือการที่มันตั้งคำถามกับศีลธรรมของสังคมในยุคนั้นผ่านเลนส์วิทยาศาสตร์ การวิจัยของมาสเตอร์สและจอห์นสันไม่เพียงแค่ทำให้เราเข้าใจเรื่องเพศมากขึ้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความกลัวและอคติที่มนุษย์มีต่อสิ่งที่ยังไม่รู้ ซีรีส์ยังกล้าที่จะพรรณนาถึงความสัมพันธ์ของตัวละครหลักในแบบที่ไม่โรแมนติกจนเกินจริง ทั้งคู่ต่างมีข้อบกพร่องและต้องแลกกับอะไรบางอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ อย่างไรก็ตาม ในซีซันหลังๆ เนื้อเรื่องเริ่มยืดเยื้อและมีดราม่าส่วนตัวที่บางครั้งก็รู้สึกซ้ำซาก แต่โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่ชวนให้คิดและถกเถียงได้ดี
สรุป
<p><strong>Masters of Sex</strong> เป็นซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดูสำหรับคนที่ชื่นชอบดราม่าคุณภาพสูงและการเล่าเรื่องที่ท้าทายสังคม แม้จะมีช่วงที่ยืดเยื้อบ้าง แต่การแสดงที่ยอดเยี่ยมและเนื้อหาที่กล้าหาญทำให้มันเป็นหนึ่งในซีรีส์ประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง หากคุณชอบซีรีส์อย่าง <strong>Mad Men</strong> หรือ <strong>The Knick</strong> คุณจะหลงรักเรื่องนี้</p>
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงของ Michael Sheen และ Lizzy Caplan ที่ทรงพลังและมีเคมีเข้ากัน
- +เนื้อเรื่องกล้าที่จะเจาะลึกประเด็นต้องห้ามในยุคนั้นอย่างละเอียดอ่อน
- +งานสร้างและบรรยากาศยุค 1950-1960 ที่สมจริงและสวยงาม
👎 จุดด้อย
- −ซีซันหลังๆ เนื้อเรื่องเริ่มยืดเยื้อและเน้นดราม่าส่วนตัวมากเกินไป
- −บางตอนดำเนินเรื่องช้าและขาดความตื่นเต้น
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซีรีส์มีทั้งหมด 4 ซีซัน รวม 46 ตอน
ใช่ ซีรีส์สร้างจากชีวประวัติของ Dr. William Masters และ Virginia Johnson ผู้บุกเบิกการวิจัยเรื่องเพศของมนุษย์ในยุค 1950-1960
ซีรีส์มีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และฉากเปลือยบางส่วน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
ปัจจุบันสามารถรับชมได้ทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix (ในบางประเทศ) หรือซื้อ/เช่าผ่าน iTunes Store, Amazon Prime Video เป็นต้น